สสว.ชี้ธุรกิจบริการกระทบค่าแรง 300 บาทสูงสุด คาดต้นทุนเพิ่ม 30%


สสว.เผยผลการศึกษาผลกระทบจากค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นวันละ
300 บาท ชี้มีเพียง 7 จังหวัดนำร่องที่มีศักยภาพเพียงพอรองรับการเพิ่มขึ้นครั้งนี้
ชี้กระทบต้นทุนเอสเอ็มอีเพิ่มประมาณ 5% คาดด้านบริการต้นทุนเพิ่มสูงสุดประมาณ 30%
รองลงมากลุ่มธุรกิจที่ใช้แรงงานมาก เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องนุ่งห่ม เพิ่มประมาณ
15% ด้านกระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมแผนช่วยเหลือ ลดต้นทุนพลังงาน ลดต้นทุนการผลิต
เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับมาตรฐานคุณภาพ รองรับ ทั้งนี้ ในส่วนของ
สสว.ได้เตรียมระดมประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อสรุป
และนำเสนอกระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาต่อไป

แหล่งข่าวจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
(สสว.) เปิดเผยถึง ผลกระทบจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300
บาทต่อวันว่า จากที่ผ่านมาได้มีการนำร่องขึ้นไปแล้ว 7 จังหวัด
ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานพบว่าค่าจ้างขั้นต่ำมีการปรับขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 39.46
ทั่วประเทศ โดยอิงจากบัญชีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ประกาศใช้อยู่ขณะนี้เป็นฐาน
ทำให้ค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มเป็น 300 บาท/วัน ใน 7 จังหวัดนำร่อง
ซึ่งมีความพร้อมมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม
นนทบุรี สมุทรปราการ และภูเก็ต

นอกจากนี้พบว่าทำให้ต้นทุนธุรกิจเพิ่ม
และภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น อีกทั้งผู้ประกอบการ SMEs
โดยเฉพาะที่อยู่นอกทะเบียนนิติบุคคล (ประมาณ 2.3 ล้านราย)
หันไปใช้แรงงานต่างด้าวนอกระบบเพิ่มมากขึ้น ส่วนผลกระทบต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายแรงงาน
กรณีค่าแรง 300 บาท/วัน พบว่าแรงงานSMEs ทั่วประเทศที่ได้รับประโยชน์ประมาณ
5,253,754 คน โดยที่ต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 11.8
ของต้นทุนปัจจัยการผลิตทั้งหมด ส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในทุกๆ
จังหวัดเพิ่มขึ้นเฉลี่ย
4.72%

ส่วนกลุ่มธุรกิจที่ใช้แรงงานมากในภาคการผลิต เช่น
เฟอร์นิเจอร์หวาย ผลิตพลอยเจียระไน ผลิตเครื่องนุ่งห่ม ผลิตกระเป๋าหนัง
เฟอร์นิเจอร์ไม้ และฟอกย้อม พิมพ์ลายผ้า เป็นต้น มีต้นทุนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นระหว่าง
15-28% ส่วนกลุ่มธุรกิจที่ใช้แรงงานมากในภาคบริการ เช่น ธุรกิจโรงแรม รับเหมาสร้างบ้าน การขนส่งทางบก
เป็นต้น มีต้นทุนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นระหว่าง 22-33%

สำหรับในส่วนการดำเนินงานของกระทรวงอุตสาหกรรมในปีงบประมาณ
2555 เพื่อรองรับผลกระทบต่อ SMEs จากการปรับอัตราค่าจ้างใหม่
โดยเป็นการลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ SMEs ประกอบด้วย โครงการลดต้นทุนพลังงาน
โครงการลดต้นทุนด้วยการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity)
เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต และยกระดับมาตรฐานคุณภาพ
โครงการลดต้นทุนด้วยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) มาบริหารจัดการ
เป็นต้น

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

http://www.manager.co.th/iBizchannel/viewNews.aspx?NewsID=9560000000555


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s